วันจันทร์, 25 กันยายน 2566

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

20 ต.ค. 2022
239

สำหรับพี่น้องที่กำลังประสบอุทกภัยในเวลานี้ทางภาครัฐได้รวบรวมช่องทางมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วม ดังนั้นวันนี้ ท่านที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยปี 65 ท่านสามารถ เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม สำหรับเยียวยาท่านที่เดือดร้อน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้…

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

เมื่อเร็วๆนี้ทาง กระทรวงการคลัง ได้ออกมาแจ้งรายละเอียดภาพรวม มาตรการช่วยเหลือ น้ำท่วม โดยแบ่งออกเป็นหน่วยงานดังนี้  1.กรมสรรพากร 2.กรมศุลกากร 3.กรมสรรพสามิต 4.กรมบัญชีกลาง 5.กรมธนารักษ์ 6.การยาสูบแห่งประเทศไทย ส่วนด้าน มาตรการพักชำระหนี้ จะแบ่งออกเป็น 7 ธนาคารภาครัฐดังต่อไปนี้ 1.ธนาคารออมสิน 2.ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร 3.ธนาคารอาคารสงเคราะห์ 4.ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย 5.ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) 6.ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย และ 7.บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยหน่วยงานต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้ สำหรับท่านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยปี 65 ท่านสามารถตรวจสอบเงื่อนไขของแต่ละหน่วยงานได้ดังนี้

มาตรการพักชำระหนี้จาก ธนาคารออมสิน

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการพักชำระหนี้ :โดยสามารถเลือกชำระเฉพาะดอกเบี้ยร้อยละ 10 – 100 และกรณีอยู่ระหว่างจ่ายดอกเบี้ยตามสัญญาแบบคงที่ สามารถขอลดการชำระเงินงวดร้อยละ 50 ตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด
  • มาตรการสินเชื่อเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อเดือน เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยปลอดชำระค่างวด 3 งวดแรก วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท สำหรับบุคคลธรรมดา
  • มาตรการสินเชื่อเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (Small and Medium Enterprises : SMEs) : ที่ประสบภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.50 ต่อปี เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยปลอดชำระเงินต้นในปีแรก วงเงินกู้สูงสุดร้อยละ 10 ของวงเงินกู้เดิมหรือไม่เกิน 5,000,000 บาท สำหรับผู้ประกอบการ SMEs
  • มาตรการสินเชื่อเคหะแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ : อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.49 เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อซ่อมแซมต่อเติมที่อยู่อาศัยส่วนที่เสียหายได้ร้อยละ 100 ของหลักประกัน
  • มาตรการสินเชื่อบุคคลแก่ผู้ประสบภัยพิบัติ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3.99 เป็นระยะเวลา 3 ปี วงเงินกู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท สำหรับประชาชนทั่วไปที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

สามารถยื่นคำขอสินเชื่อภายใน 3 เดือนนับตั้งแต่วันที่ประกาศภัยพิบัติหรือวันที่ประสบภัยพิบัติ

มาตรการพักชำระหนี้จาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส)

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการพักชำระหนี้ โดยการพักชำระหนี้ไม่เกิน 12 เดือน และไม่คิดดอกเบี้ยปรับ
  • มาตรการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ปี 2565 – 2566 อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
  • มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต อัตราดอกเบี้ยร้อยละ MRR – 2 หรือประมาณร้อยละ 4.50 ต่อปี เพื่อเป็นค่าซ่อมแซมบ้านเรือนและทรัพย์สิน วงเงินกู้รายละไม่เกิน 500,000 บาท

มาตรการพักชำระหนี้จาก ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธ.อ.ส)

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการลดเงินงวดและลดอัตราดอกเบี้ย : โดยจะลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 จากเงินงวดที่ชำระปกติ และลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เหลือร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 6 เดือน กรณีหลักประกันของตนเองหรือคู่สมรสได้รับความเสียหาย และอยู่ระหว่างจ่ายดอกเบี้ยตามสัญญาแบบลอยตัว
  • มาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ : โดยจะลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี เป็นระยะเวลา 1 ปี กรณีปลูกสร้างอาคารทดแทนอาคารเดิม หรือกู้ซ่อมแซมอาคารที่ได้รับความเสียหาย โดยกำหนดวงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 1 ล้านบาท
  • มาตรการประนอมหนี้ : สำหรับลูกค้าที่ค้างชำระเงินงวดติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน หรือมีสถานะอยู่ระหว่างประนอมหนี้
  • มาตรการสินไหมเร่งด่วน : ท่านจะได้รับค่าสินไหมเร่งด่วนกรณีพิเศษ กรณีทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ สำหรับลูกหนี้ที่เป็นผู้ประสบภัย

มาตรการพักชำระหนี้จาก ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs : ท่านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ พักชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในเขตพื้นที่ที่ธนาคารกำหนด
  • มาตรการสินเชื่อ SMEs Re-Start :ท่านจะได้อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดร้อยละ 5.5 ต่อปี ปลอดระยะเวลาชำระเงินต้น 2 ปี วงเงินกู้ต่อรายไม่เกิน 5 ล้านบาท

มาตรการพักชำระหนี้จาก ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.)

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากอุทกภัย65 : ท่านจะได้รับการพักชำระหนี้เงินต้น ชำระเฉพาะกำไร เป็นระยะเวลาไม่เกิน 6 เดือน และได้รับการยกเว้นค่าชดเชยผิดนัดชำระ (Late charge) ที่สำหรับบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลที่เป็นลูกค้าสินเชื่ออุปโภคบริโภค ทั้งแบบมีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน หรือสินเชื่อธุรกิจแบบมีกำหนดระยะเวลาของ ธอท. (Term Financing)

มาตรการพักชำระหนี้จาก ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการเพิ่มวงเงินหมุนเวียนชั่วคราว สูงสุดร้อยละ 20 ของวงเงินหมุนเวียนเดิมแต่ไม่เกิน 2 ล้านบาท
  • มาตรการเพิ่มวงเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยขั้นต่ำ (Prime Rate) หรือประมาณร้อยละ 5.75 โดยปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 3 เดือน วงเงินกู้เพิ่มเติมสูงสุดไม่เกิน 2 ล้านบาท
  • มาตรการลดเงินต้นและดอกเบี้ย สูงสุดร้อยละ 50 เป็นระยะเวลา 1 ปี
  • มาตรการขยายระยะเวลาตั๋วสัญญาใช้เงิน สูงสุด 180 วัน

กรณีชำระหนี้ได้ปกติ จะได้รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ยคืน (Rebate) ร้อยละ 2 ต่อปี โดยสามารถยื่นคำขอเข้าร่วมมาตรการได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

มาตรการพักชำระหนี้จาก บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

เช็กสิทธิรับมาตรการพักชำระหนี้

  • มาตรการพักชำระค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อและค่าจัดการค้ำประกัน เป็นระยะเวลา 6 เดือน สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ปัจจุบันของ บสย. ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปี 2565
  • มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ บสย. สามารถขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ยืดหนี้ และลดอัตราดอกเบี้ยได้ต่ำสุดร้อยละ 0 ต่อปี เป็นระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี

หลังจากนี้จะเป็นรายละเอียดมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมของกระทรวงต่างๆของทางภาครัฐบาล เพื่อช่วยเหลือท่านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2565 โดยแบ่งออกเป็นหน่วยงานดังนี้

มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมจาก กรมสรรพากร

ทางด้าน กรมสรรพากร ได้ออกมาตรการสนับสนุนการบริจาคให้แก่ส่วนราชการหรือองค์การสาธารณกุศล เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ประกอบด้วย

  1. กรณีบุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคได้ 1 เท่า
  2. บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สามารถหักรายจ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคได้ 1 เท่า
  3. ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคทรัพย์สินหรือสินค้า

มาตรการสนับสนุนการบริจาคผ่านบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น ซึ่งเป็นตัวแทนรับเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคเพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

  1. กรณีบุคคลธรรมดาสามารถหักลดหย่อนเงินบริจาคได้ 1 เท่า
  2. กรณีบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลสามารถหักรายจ่ายเงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคได้ 1 เท่า
  3. กรณีผู้ประกอบการได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการบริจาคสินค้า

มาตรการยกเว้นภาษีเงินได้ ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัย ทั้งบุคคลธรรมดาและบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล

  1. กรณีเงินชดเชยที่ได้รับจากรัฐบาล
  2. กรณีเงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับบริจาคหรือช่วยเหลือเพื่อชดเชยความเสียหาย
  3. กรณีค่าสินไหมทดแทนที่ได้รับจากบริษัทประกันภัยเพื่อชดเชยความเสียหาย

มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมจาก กรมศุลกากร

  • มาตรการทางภาษี จะยกเว้นอากรศุลกากรสำหรับของที่นำเข้ามา เพื่อบริจาคให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ปี 2565
  • มาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทางด้านกรมศุลกากรได้มอบหมายให้ด่านศุลกากรในส่วนภูมิภาคช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ เช่น การมอบสิ่งของจำเป็น การลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ เป็นต้น

มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมจาก กรมสรรพสามิต

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ประกอบกิจการสถานบริการในจังหวัดที่มีการประกาศเขตพื้นที่ประสบอุทกภัยตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน – 31 ตุลาคม 2565

  • จะได้รับการขยายกำหนดเวลาการยื่นแบบรายการภาษีและชำระภาษี จากเดิมวันที่ 11 – 31 ตุลาคม 2565 ออกไปเป็นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565
  • ขยายกำหนดเวลาในการยื่นงบเดือนจากเดิมในเดือนตุลาคม 2565 ออกไปเป็นภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2565

มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมจาก กรมบัญชีกลาง

  • มาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน : ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศให้ท้องที่นั้นเป็นเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด จำนวน 20,000,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในด้านการดำรงชีพ ด้านการแพทย์และสาธารณสุข และด้านการเกษตร
  • มาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบอุทกภัย : ทางกรมบัญชีกลางได้มอบหมายให้คลังจังหวัดประสานงานกับคณะผู้บริหารการคลังประจำจังหวัดให้การสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้ว่าราชการจังหวัดและลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย

มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมจาก กรมธนารักษ์

มาตรการมอบถุงยังชีพให้กับผู้เช่าที่ราชพัสดุ : หากท่านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ 33 จังหวัด จำนวน 3,134 ชุด

มาตรการช่วยเหลือผู้เช่าที่ราชพัสดุที่ประสบอุทกภัย : ท่านจะได้รับสิทธิยกเว้นค่าเช่าสูงสุด 2 ปี ได้แก่

  1. กรณีผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่ออยู่อาศัย หากเสียหายบางส่วนให้ยกเว้นค่าเช่า เป็นระยะเวลา 1 ปี และเสียหายทั้งหลังให้ยกเว้นค่าเช่าเป็นระยะเวลา 2 ปี
  2. กรณีผู้เช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบการเกษตร หากพืชหรือผลผลิตได้รับความเสียหายให้ยกเว้นการเก็บค่าเช่าเป็นระยะเวลา 1 ปี
  3. กรณีผู้เช่าอาคารราชพัสดุและผู้เช่าที่ดินเพื่อประโยชน์อย่างอื่น หากไม่สามารถดำเนินกิจการได้ให้ยกเว้นการเรียกเก็บค่าเช่าเป็นรายเดือนตามข้อเท็จจริง
  4. กรณีผู้เช่าไม่สามารถชำระค่าเช่า ค่าธรรมเนียม หรือเงินอื่นใดที่ต้องชำระภายในกำหนดเวลาโดยเหตุมาจากอุทกภัยให้ยกเว้นการคิดเงินเพิ่ม

มาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมจาก การยาสูบแห่งประเทศไทย

  • มาตรการช่วยเหลือพนักงานยาสูบ จะทำการการแจกจ่ายถุงยังชีพแก่ผู้ประสบอุทกภัยและผู้ประสบปัญหาในการดำรงชีพในพื้นที่ต่างๆ

สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยปี 2565 สำหรับพี่น้องท่านไหนที่เดือดร้อนท่านสามารถขอความช่วยเหลือได้ตามหน่วยงานข้างต้นที่เรากล่าวมา โดยภาครัฐบาลหวังใจว่าจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ทำให้มีเงินหมุนเวียน ช่วยฟื้นฟูกิจการ รวมถึงปรับปรุงและซ่อมแซมอาคาร เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับข้อมูลที่ทางเรานำมาฝากหวังว่าท่านจะได้รับความรู้จากบทความนี้ นอกจากนี้เรายังมีอีกหลายๆบทความที่จะมาแนะนำให้ท่านอีกมากมายผ่านทางเว็บไซต์ sabuynews.com

ข้อมูลอ้างอิงจากกระทรวงการคลัง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า